การฝึกเด็กออทิสติกเป็นวิธีการฝึกตามธรรมชาติ มีวิธีปฏิบัติตามขั้นตอนของการพัฒนาของเด็กทั้งทางด้านสังคม การสื่อความหมาย การช่วยตนเองในชีวิตประจำวัน การรับรู้และการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก การเล่นและการรับรู้ทางอารมณ์ซึ่งสามารถแก้ไขความบกพร่องของเด็กออทิสติก เป็นการเตรียมเด็กให้พร้อมก่อนนำเด็กสู่สังคมนอกบ้าน เข้าสู่สังคมของเด็กในโรงเรียนต่อไป


วิธีที่จะนำเด็กออกจากโลกของตนเองสู่สังคมในบ้าน


        1. การกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า

           + การกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า

           + การกระตุ้นสัมผัสทางตา

           + การกระตุ้นสัมผัสทางหู

           + การกระตุ้นสัมผัสทางจมูก

           + กระกระตุ้นสัมผัสทางลิ้น


        2. การจัดมือเด็กให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง เด็กออทิสติกส่วนมากเมื่อต้องการอะไรไม่สามารถชี้บอกถึงความต้องการนั้นได้ จึงใช้วิธีจับมือบุคคลที่อยู่ใกล้ไปทำสิ่งนั้นแทน กิจกรรมนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องฝึกสอนให้เด็กสามารถทำกิจกรรมที่ตัวเองต้องการได้ด้วยตนเองเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้เด็กออทิสติกและช่วยลดปัญหา
ทางอารมณ์ด้วย


        3. การหันตามเสียงเรียก เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักชื่อของตนเอง ตอบสนองต่อเสียงเรียกชื่อเด็กโดยการหันตามเสียง เป็นการกระตุ้นให้เด็กพัฒนาทางด้านการสื่อความหมาย และนำ เด็กให้มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลได้มากขึ้น


        4. การสอนให้เด็กรู้จักตนเองและสมาชิกในครอบครัว การสอนให้เด็กได้รับรู้ว่าตัวเองชื่ออะไร คนไหนคือ พ่อแม่ พี่น้องเป็นการสอนให้เด็กได้รับรู้และเข้าใจว่าสมาชิกในครอบครัวมีความแตกต่างกัน


การฝึกกิจวัตรประจำวัน


        1. การสอนให้เด็กรู้จักการใช้ในชีวิตประจำวันก่อนที่จะเริ่มฝึกให้เด็กสามารถเรียนรู้ในการช่วยตัวเองได้ในกิจวัตรประจำวัน ควรให้เด็กได้รู้จักสิ่งของเครื่องใช้ที่ต้องใช้ในกิจกรรมนั้นๆ ก่อนจนสามารถหยิบจับหรือชี้สิ่งของแต่ละอย่างได้ถูกต้อง จึงจะสอนสาธิตวิธีการใช้ในกิจกรรมนั้นๆ ต่อไป


        2. การทำความสะอาดร่างกายควรฝึกให้เด็กช่วยเหลือตัวเองตามขั้นตอนทีละน้อยในการแปรงฟัน การล้างหน้า การอาบน้ำ เด็กออทิสติกทุกคนจะรู้สึกภูมิใจเมื่อสามารถทำได้ด้วยตนเอง


        3. การฝึกการแต่งกายควรใช้เสื้อ กางเกงที่เป็นผ้ายืดซึ่งจะทำให้เด็กทำตามด้วยตนเองได้ง่ายเพื่อเสริมแรงจูงใจให้เด็กเป็นการเตรียมเด็กให้พร้อมที่จะเข้าโรงเรียนต่อไป เด็กออทิสติกส่วนใหญ่สามารถถอดเสื้อและกางเกงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องฝึกสอน แต่ไม่สามารถสวมเสื้อและกางเกงได้เอง


        4. การฝึกใช้ช้อนรับประทานอาหารเด็กออทิสติกส่วนมาก จะชอบใช้มือหยิบอาหารรับประทาน จึงควรสอนให้สามารถใช้ช้อนตักอาหารรับประทานได้ด้วยตนเองอย่างถูกต้อง


        5. การฝึกการขับถ่าย โดยเด็กปกติจะมีความพร้อมที่จะรับการฝึกการขับถ่ายได้เมื่ออายุระหว่าง 2-3 ปี เด็กบางคนอาจจะมีความพร้อมก่อนอายุ 2 ปีก็ได้สำหรับเด็กออทิสติกจะมีความพร้อมที่จะฝึกการขับถ่ายไม่เหมือนเด็กปกติจึงใช้อายุเป็นเกณฑ์ไม่ได้ เมื่อเริ่มฝึกจึงควรให้เลิกให้เลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพื่อจะได้ทราบว่าเด็กขับถ่ายเวลาใดทั้งปัสสาวะและอุจจาระ แล้วพาเด็กมาฝึกในเวลาใกล้เคียงกันพร้อมทั้งใช้คำง่ายๆ สอนเด็กคือ "ฉี่" "อึ" เด็กจะสามารถรับรู้ได้ไม่เร็วเหมือนเด็กปกติ การฝึกการขับถ่ายนี้เพื่อเตรียมเด็กให้พร้อมก่อนส่งเด็กเข้าเรียน


การเล่นและการรับรู้ทางอารมณ์


        1. การเล่นของเล่น เด็กออทิสติกจะเล่นของเล่นไม่เป็น เนื่องจากขาดจินตนาการ ทำให้เด็กหันเข้าหาตัวเองและอยู่ในโลกของตนเอง เพราะไม่รู้สึกสนุกสนานในการเล่นของเล่นเหมือนเด็กปกติ เมื่อเด็กได้รับการฝึกให้เล่นของเล่นเป็นแล้วจะเป็นการเชื่อมโยงในการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลการสื่อความหมายได้ง่ายขึ้น และปรับอารมณ์ให้ดีได้ด้วย


        2. การสื่อสารโดยใช้ท่าทาง เด็กออทิสติกที่ยังไม่สามารถพูดได้มักจะมีปัญหาทางด้านอารมณ์ จึงควรฝึกให้เด็กสามารถสื่อสารโดยใช้ท่าทางก่อนเพื่อเป็นการสื่อความหมายบอกถึงความต้องการของเด็กได้ก่อนที่เด็กจะสามารถสื่อความหมายด้วยการพูด ซึ่งจะเป็นการนำทางให้เด็กสามารถพูดได้เร็วขึ้น


        3. การรับรู้การแสดงอารมณ์ทางสีหน้า เด็กออทิสติกจะไม่สามารถอ่านจิตใจ และอารมณ์ของผู้อื่นจากการแสดงออกทางสีหน้าได้ เนื่องจากขาดกระบวนการความคิดซึ่งเป็นนามธรรม จึงเห็นได้เสมอว่าเด็กออทิสติกจะหัวเราะเมื่อเห็นแม่กำลังร้องไห้ แม้แต่เด็กออทิสติกที่สามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติแล้ว ยังหัวเราะเมื่อเห็นเพื่อนถูกครูทำโทษ จึงควรฝึกสอนแบบรูปธรรม ให้เด็กรับรู้ถึงสีหน้าที่แสดงออกทางอารมณ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้เด็กอยู่ในสังคมนอกบ้านได้อย่างเหมาะสม


        การฝึกเด็กออทิสติกนั้น ต้องมีความตั้งใจจริง อดทนฝึกช้ำ ๆ ใช้ระยะเวลาไม่นานเกินไป ฝึกขณะที่เด็กและผู้สอนมีอารมณ์ผ่อนคลาย การฝึกไม่ควรเร่งรัด ต้องทำใจยอมรับด้วยว่า การฝึกเด็กออทิสติกนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและการตอบสนองได้ช้ากว่าเด็กปกติมาก แต่เมื่อเด็ก ออทิสติกสามารถกระทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งได้แล้วจะไม่ลืม และช่วยเป็นแรงผลัดดันให้ทั้งตัวเด็กและทั้งผู้สอนไปพร้อมๆ กัน ควรระวังด้วยว่า การฝึกที่ใช้การบังคับและฝึกมากจนเกินไปกลับจะเป็นผลเสียทำให้เด็กหงุดหงิด มีปัญหาทางอารมณ์ ไม่ยอมปฏิบัติยอม อันเป็นเหตุให้ผู้สอน ท้อแท้และหมดกำลังใจได้ ทำให้การฝึกไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร


        การรักษาเด็กออทิสติกนั้น จะใช้วิธีการหรือกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเดียวไม่ได้ ควรใช้หลายๆ วิธีการและกิจกรรมต่างๆ ผสมผสานกันไป โดยให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ควรให้เด็กได้รับอาหารอย่างเพียงพอออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอพร้อมกับฝึกสอนการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างถูกต้อง


        เมื่อเด็กเริ่มเรียนรู้ได้แล้วควรฝึกสอนเกี่ยวกับทักษะในการดำรงชีวิตให้เด็กด้วย

 


ข้อมูลจาก http://banduanyai.com/aa6.html

 

Comment

Comment:

Tweet

Great web site! Let me pay out much more awareness in your weblog,many thanks.

#4 By Wholesale Air Jordan (119.205.61.151) on 2011-07-18 10:03

** ออทิสติกที่ไร้ขีดจำกัด **ว้าว .. ที่น่าสนใจ!

#3 By paxil lawyer (110.37.48.89) on 2010-10-22 12:38

อยากรู้ว่าใครเป็นคนเขียนบทความ จะได้อ้างอิงถูกคะ

#2 By (110.168.23.39) on 2010-08-24 21:39

มีความรู้เพิ่มขึ้นมากเลยค่ะ..

#1 By nudee on 2009-12-03 09:49