“... ♪ ♫ ♪ ♫ ♪... ดมๆๆ... ด๋าวด่าว... ด๋าวด่าว... ด๋าวด่าว... ดะดิดม... เอย... สาวเอ๊ย... อุ๊ดม... อุดม... อุดม... อุ๊ดม... อุดม... อุดม... เอย... สาวเอ๊ย... ด๋าว... ด่าว... ด๋าว... ด่าว... ด่าว... ♪ ♫ ♪ ♫ ♪...”

        เสียงเพลงที่ดังวนซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ผสมผสานกับเสียงจ๊อกแจ๊ก จอแจของผู้คนจำนวนมากที่หน้าพารากอนฮอลล์ เสียงที่ร้องเพลงนี้ ผมย่อมคุ้นหูดีอยู่แล้วล่ะว่าเป็นเสียงของอาว์เฮียโต้ - ชิริก ติ๊ก - ชิโร่ หนึ่งในเหยื่อ ซึ่งถูกเฮียนม อุโด้ส อาร์ตตัวพ่อจับนั่งยางเสียจนเกรียมมาแล้ว เมื่อครั้งการแสดงเดี่ยว 7 ที่เคยผ่านตาผมในรูปแบบดีวีดีแผ่นแท้นั่นเอง

        ณ บริเวณหน้าพารากอนฮอลล์ ผมมีนัดกับความตั้งใจส่วนตัว โดยมาตามนัดบัตรเข้าชมการแสดงของชายช่างเมาท์เผาแหลก แหกกระเจิงผู้นี้  ตามสนนราคาหน้าบัตรรูปอาว์เฮียโน้สยืนโพสท่าสุดสยิวกิ้วมูลค่าสองพันบาท (ไม่) ถ้วน เมื่อวันที่ 13 กุมภาฯ ก่อนตรุษจีนควบวาเลนไทน์ ในรอบบ่ายโมงตรง

        ผมรอชมการแสดงมาตั้งแต่เที่ยงกว่าๆ แล้วล่ะ เอาง่ายๆ แค่เวลาก่อนเข้าฮอลล์ก็มีผู้คนติดตามเสพความบันเทิงจากชายติสแตกผู้นี้เกือบเต็มหน้าฮอลล์เข้าให้แล้ว ระหว่างนี้ ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเดี่ยว 8 ต่างจัดกิจกรรมนันทนาการประชาสัมพันธ์ และขายของที่ระลึก ซึ่งสามารถเรียกความสนใจจากแฟนๆ พอสมควร

        “....เราขอสงวนสิทธิ์การถ่ายภาพ บันทึกเสียง และภาพเคลื่อนไหวใดๆ ท่านที่นำกล้องมาด้วย ขอความกรุณานำมาฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ด้วยเค่อะ....”

        เสียงประกาศเจื้อยแจ้วจากเจ้าหน้าที่สาวมีเป็นระยะๆ สลับกับเสียงเพลงเฮียติ๊ก ซึ่งวนซ้ำไป - มาหลายรอบ จนชายร่างท้วมบางคนอดที่จะสบถเล็กๆกับแฟนสาวออกมาไม่ได้

        “เพลงบ้าอารายฟระ!!!.... เนื้อเพลงม่างวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ดร้าย ย ย ย....”

        ส่วนผมก็หอบหิ้วกระเป๋าสะพายใบใหญ่ ยืนต่อแถวให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ซึ่งภายในกระเป๋ามีเพียงกระดาษเอสี่ไม่กี่แผ่นกับดินสอ 2Bแท่งนี้ไว้เขียนบทความชิ้นนี้โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ก็ตรวจพอเป็นพิธี ไม่เข้มงวดอย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก

 

 

        เมื่อตรวจสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เท้าผมก้าวเดินเข้าไปในฮอลล์ วนหาที่นั่งประจำตำแหน่งอยู่พักเล็กๆ โดยที่นั่งแต่ละตัว ต่างมีหมอนหนึ่งใบพร้อมหมายเลขกำกับวางแปะอยู่บนพนัก แต่ละโซนหมอนบนเก้าอี้แต่ละตัวมีสีสันแตกต่างกันไป อาทิ สีฟ้า สีน้ำเงิน และสีเขียวอ่อน

        สำหรับที่นั่งประจำตำแหน่งของผม มีหมอนสีเขียวอ่อนประทับหมายเลข 84 ตำแหน่งอยู่แถวสุดท้ายและมุมสุดของโซนด้านหน้าทางขวามือ ซึ่งแถวตีเป็นครึ่งวงกลมออกไปทั้งสองด้านเวทีทำมุม 180 องศา ทัศนวิสัยพอจะมองเห็นการแสดงตรงกึ่งกลางเวที ในระยะไม่ไกลจนเกินไปนัก

        ด้านข้างเวทีมีจอโปรเจ็คเตอร์ขนาด 300 นิ้วทั้งสองด้าน มีโปรเจคเตอร์ทั้งสองด้าน ตำแหน่งของผมอยู่ในระยะมองเห็นจอโปรเจคเตอร์ด้านซ้ายมือ ซึ่งอยู่อีกฝั่งอย่างชัดเจน ครั้นจะแหงนมองภาพที่จอโปรเจ็คเตอร์ฝั่งเดียวกัน แถมอยู่ใกล้ๆกับที่นั่งของผมเสียอีก คงจะทำให้เมื่อยคอไปเปล่าๆปลี้ๆ แถมยังไม่เห็นการแสดงสดบนเวทีอีกต่างหาก

        สักพักผู้ชมก็นั่งประจำตำแหน่งของตนเองจนเต็มฮอลล์ คาดคะเนด้วยสายตาก็น่าจะมีประมาณห้าร้อยชีวิตเห็นจะได้ ระหว่างนั้นในฮอลล์ก็อึกทึกไปด้วยเสียงเพลง เริ่มจาก No Coke เพลงสุดเก๋ากึ๊กของ Dr.Alban เพลงประกอบการ์ตูนเรื่องDr. Slum & Arale : ด็อกเตอร์สลัม กับหนูน้อยอาราเล่ และเพลงรักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เวอร์ชั่นภาษาแขมร์ จากการขับร้องของพี่ติ๊ก ชิโร่ เจ้าเก่าเล่ายี่ห้อผู้นี้นี่เอง ง ง ง....

        จอโปรเจ็คเตอร์ทั้งสองด้านเริ่มทำงาน รูปแบบคล้ายกับการชมภาพยนตร์ในโรงหนังนี่แหละ เริ่มจากยิงสปอร์ตโคตร - สะ - นา ของผู้สนับสุนอย่างเป็นทางการทั้งสองเจ้าราวๆ ห้านาที ตรงนี้ผิดกับโรงหนังเลยแฮะ ที่พี่แกมักถือโอกาสใส่เกินแม็ก แต่ถ้ามีหนังตัวอย่างพ่วงมาด้วยล่ะก็เหมือนเป๊ะเลยทีเดียวเชียว

        “โปรดยืนทำความเคารพโดยพร้อมเพรียงกัน”

        ทุกคนในฮอลล์ยืนทำตามข้อความอย่างว่าง่าย เพลงสรรเสริญพระบารมีจากการขับขานของคุณปั่น ไพบูลเกียรติ เขียวแก้ว ในเวอร์ชั่นอะคูสติก ซึ่งบางท่อนของเพลงยังดูเสียงขาดๆ หายๆ แถมเสียงยังดูไม่เข้มขลัง ทรงพลังเพียงพอ เมื่อเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นทั่วไปในโรงภาพยนตร์

        “แช่กๆๆๆๆๆๆๆๆ....”

        ผู้ชมหลายคนต่างพากันเขย่ายาดม ของที่ระลึกจากการแสดงหนนี้ ซึ่งมีรูปลักษณ์เฉพาะ เสียงระงมไปทั่วฮอลล์ โดยผู้ชมแต่ละคนต่างหยิบสิ่งของชิ้นนี้มาจากใต้เก้าอี้ของตนเองในแต่ละที่นั่ง พวกเขาพากันทำตามข้อความบนจอโปรเจคเตอร์อย่างว่านอนสอนง่าย ซึ่งสิ่งของที่ระลึกและข้อความบนจอล้วนเป็นลูกเล่นเฉพาะตัว ที่อาร์ตตัวพ่อคนนี้มักจะนำเสนอไอเดียแปลกใหม่ไม่ซ้ำกันในแต่ละเดี่ยว แต่จะว่าไปแล้วเสียงเขย่าของเล่นชิ้นนี้ ฟังแล้วช่างคล้ายกับเสียงมือตบ - เท้าตบ ของกลุ่มชุมนุมทางการเมืองบางกลุ่มมากเหลือเกิน

        เราไม่ต้องรอนานนัก เวลาบ่ายโมงครึ่ง ตัวพ่อผู้ให้ความบันเทิงก็มาปรากฎตัวพร้อมกับสวมเสื้อเชิร์ตสีฟ้า ผูกเนคไทด์แถบลายขวางสีม่วงสลับน้ำเงินเข้ม กับกางเกงสามส่วนสีม่วง และเริ่มต้นประโยค ซึ่งเราคุ้นเคยจากบันทึกการแสดงเดี่ยวไมค์โครโฟนทุกครั้ง

        “หากว่าเรากำลังสบาย.... จงปรบมือกัน....”

 

 

        รูปแบบการแสดงสดยังคงเอกลักษณ์ ทั้งกลวิธีการเล่าเรื่อง การแสดงท่าทางประกอบ และประเด็นที่นำเสนอ คล้ายกับเดี่ยว 7 และยังเรียกเสียงฮาลั่นฮอลล์ได้เสมอ โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ผมขำซะจนแทบจะตกเก้าอี้เลยล่ะ โดยเฉพาะช่วงที่เฮียโน้ส นั่งยางบางคน ซึ่งมิใช่คนดัง แต่พวกเขาก็จะถูกพาดพิงถึงใน “โทษฐานที่รู้จักกัน” ซึ่งสร้างวีรกรรมสุดเครซี่บนแผ่นดินมังกร แถมยังระบุชื่อ ลักษณะเฉพาะตัวว่า.... “....หัวทองๆ มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ....”  และอาชีพขายของชำร่วยตรงฝั่งสยามสแควร์อีกต่างหาก

        อ้อ.... ลืมบอกไป การแสดงของอาร์ตตัวพ่อรอบนี้มีเสี่ยตา ปัญญา นิรันดรกุล เจ้าพ่อรายการเกมโชว์มาร่วมชมการแสดง แต่ตัวกล้องเองก็ไม่สามารถแพนจับภาพได้เหมือนกับที่เราดูในดีวีดี ซึ่งเรามักจะเห็นบรรดาคนดังไปร่วมชมการแสดงเสมอ

        เอาล่ะ.... กลับมาว่ากันถึงเนื้อหากันต่อ ก็ถือว่ามีสาระมากพอสมควร ซึ่งแฝงไปด้วยสาระความรู้บางแง่มุม เช่น เรื่องความเชื่อของชาวอินเดีย เกี่ยวกับแม่น้ำคงคา เป็นแม่น้ำสายสำคัญของอินเดีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู และความเชื่อเกี่ยวกับวัว ซึ่งชาวอินเดียมักจะไม่ไล่ หรือทุบตี เวลายืน นอน และเดินขวางถนน แต่ตำรวจที่ประเทศนั้นกลับใช้ไม้กระบองไล่ฟาดท้ายรถ ซึ่งจอดรอวัวอยู่บนถนนแทน ที่เป็นเช่นนั้นเพราะชาวอินเดียเชื่อว่าวัวเป็นสัตว์พาหนะของพระอิศวร หนึ่งในสามเทพเจ้าที่ชาวฮินดูนับถือ

        ช่วงกลางของการแสดง เต็มไปด้วยข้อสังเกตุมากมายหลายอย่าง ว่าด้วยลักษณะเฉพาะของไทย เช่น ข้าวผัดอเมริกัน เป็นเมนูอาหารที่มีเฉพาะในไทยเท่านั้น ขณะที่อเมริกากลับไม่มีอาหารชนิดนี้เลยสักนิด หรือพฤติกรรมการกินมาม่าของคนไทยในญี่ปุ่น ซึ่งเล่นกินกันดิบๆ จากซอง โดยมีเครื่องปรุงใส่คลุกเคล้าลงไป บรรดาชาวแดนปลาดิบที่เห็นเหตุการณ์ ต่างพากันอึ้ง ทึ่ง และงงเต๊กไปตามๆ กัน

        ด้วยความที่เนื้อหาการแสดงช่วงหลังออกแนวจริงจังไปนิด จากที่เคยเรียกเสียง “ฮาครืน” กลายเป็น “ฮาเล็กๆ” แทน และเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาของไทยที่เรียงลำดับความสำคัญผิด และพัฒนาไปอย่างไร้ทิศทาง เช่น ไทยสามารถพัฒนาจนทุเรียนไร้กลิ่น ทั้งๆ ที่กลิ่นเป็นจุดขายสำคัญของทุเรียน พร้อมกับเสนอแนะว่า.... น่าจะเอาหนามออกมากกว่า

        แต่ที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุดจากผู้ชมภายในฮอลล์ น่าจะเป็นเพลงแปลงเสียดสีการเมือง “โอ๊ย.... โอ๊ย.... หล่อแต่กินไม่ได้” ซึ่งทำนองก็ลอกเลียนแบบมาจากเพลง โอ๊ย โอ๊ย ของแจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ ส่วนเนื้อเพลงก็ออกแนวแขวะท่านนายกฯ คนปัจจุบัน จากเหตุการณ์ขัดแย้งกับพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

        ปิดท้ายด้วย Art ตัวแม่ภาคสอง ในรูปแบบเพลงฉ่อย โดยมีบอย สินเจริญบราเธอร์มาร่วมแจม สร้างความครื้นเครง & เฮฮาเล็กๆ ซึ่งมุขอาร์ตตัวแม่ส่วนใหญ่ก็เป็นของเดิมจากเดี่ยว 7 นี่แหละ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการเล่าเรื่องเท่านั้นเอง อ้อ... และยังมีแถมบทตัดพ้อของอาร์ตตัวแม่ ที่มีต่ออาร์ตตัวพ่อ เพื่อความแนบเนียน อาว์เฮียโน้สจึงต้องยืมเครื่องสำอางค์จากผู้ชมด้านหน้ามาแต่งหน้าทาปากกันหน่อย แต่ดูดีๆ แล้วใบหน้าตอนแต่งหน้าดนี่สิ ช่างคล้ายคลึงกับเด็กเลี้ยงแกะ ซึ่งมักอ้างตัวมาจากเนปาลเสียจริงๆ

        ท้ายสุดนี้ การแสดงเดี่ยว 8 ของอาร์ตัวพ่อหนนี้ให้ความบันเทิงในแบบที่แตกต่างจากการชมในดีวีดีมากเลยล่ะ และผู้ชมอาจจะมีส่วนร่วมบ้าง โดยเฉพาะช่วงถูกแกล้ง ถูกแซว ซึ่งมีอยู่บ้างประปราย อีกทั้งยังได้แง่คิด สาระ ความรู้หลากหลายแง่มุมจากการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนครั้งนี้อีกด้วย ซึ่งเดี่ยว 8 ก็สอนให้เรารู้ว่า....

        พึงอย่าไว้ใจ แพร่งพรายความน่าอับอายของตนให้กับใคร

        แม้ว่าจะเป็นคนที่เราสนิทชิดชอบกันก็ตาม

        มิเช่นนั้น ท่านก็จะถูกเผาจนดำเป็นตอตะโก....

        เยี่ยงนี้แล
   

    

ดินสอ 2B
----------

Comment

Comment:

Tweet

ชอบบล็อคนี้จังเลยคะ


--------------------------------------------------------------------
ฝากของชำร่วย http://www.giftgaemall.com น่ารักๆ ด้วยนะคะbig smile

#7 By ของชำร่วย on 2011-10-15 12:53

จบรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง กับคณะวิทยาการจัดการ เอกนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมาครับ....

#6 By Juninyá on 2011-03-31 06:56

ได้อ่านเรื่องราวของคุณแล้ว สนุกดีค่ะ
ไม่คิดว่าคุณจะเคยเป็นออทิสติก
เค้าบอกว่าเด็กออทิสติกถ้าเก่งอะไรซักอย่างก็จะเก่งมากๆเลยค่ะ
คุณก็เก่งนะคะ จบปริญญาถึง ๒ ใบ
ไม่ทราบว่า คุณจบด้านอะไรบ้างค่ะ

#5 By BabyHomeHome (203.158.243.34) on 2011-02-06 22:47

ฮาหลังบัตรจัง

#4 By สถานที่ท่องเที่ยว (124.121.162.62) on 2010-09-19 07:05


ก็ต้องทำอยู่แล้วล่ะครับ

ผมก็จะซื้อเก็บไว้เหมือนกัน

#3 By Juninyá on 2010-02-21 12:11

เขาจะทำ DVD ออกมาขายมั้ยเนี่ย เสียดายค่ะไม่ได้ไปดูสดHot!

#2 By fonnie0116 on 2010-02-21 12:04

อยากไปมั่งจัง open-mounthed smile